วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559



ข้าวผัดไข่



ส่วนประกอบ 
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
• น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
• ข้าวสวย 1 ถ้วย
• กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
• ไข่ไก่ 1-2 ฟอง
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
• หอมใหญ่สับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
• ต้นหอมซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ



วิธี ทำ
1.เริ่มแรกให้นำกระทะตั้งไฟพร้อมด้วยใส่น้ำมัน พอน้ำมันเริ่มร้อนให้ใส่กระเทียมลงไปและเจียวพอมีกลิ่นหอม จากนั้นให้ตอกไข่ใส่ไป ผัดยีและคนให้กระจายพอไข่สุกให้ใส่ข้าว หอมใหญ่สับลงไป จากนั้นผัดเคล้าให้เข้ากันใส่ต้นหอมซอย แล้วตามด้วยปรุงรสใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาล เกลือ ผัดให้เข้ากันปิดไฟ

2.ตักใส่จานที่ได้เตรียมไว้ แต่งด้วยผักชีเด็ดเป็นใบ พริกชี้ฟ้าหั่นฝอย และรับประทานร่วมกับต้นหอม แตงกวา

แกงส้มมะรุม


เครื่องปรุงและส่วนผสม 
• ฝักมะรุม
• ปลาสด เช่นปลาช่อน ปลานิล หรือปลาทูนึ่ง
• น้ำพริกแกงส้ม (หัวหอม พริกแห้ง เกลือ กะปิ)
• มะขามเปียกสำหรับคั้นเอาน้ำข้นๆ
• น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียกที่คั้นแล้ว
วิธี ทำ
1. ขูดผิวมะรุม แล้วล้างให้สะอาด ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ สามนิ้ว
2. ถ้าอยากทานสะดวก ก็ผ่าฝักมะรุมออกเป็นสองซีกแล้วใช้ช้อนขูดเอาแต่เนื้อ
3. ปลาสดชำแหละแยกเนื้อแยกก้าง แล้วหั่นเป็นชิ้นต้มเนื้อปลาให้สุก ใส่จานพักไว้
4. โขลกเครื่องปรุงน้ำพริกแกง (พริก เกลือ หัวหอม กะปิ) ให้ละเอียด
5. แบ่งเนื้อปลาที่ต้มสุกแล้ว ใส่ครกโขลกปนกับน้ำพริกแกงเพื่อให้น้ำแกงข้น
6. ตั้งหม้อน้ำให้เดือด แล้วใส่น้ำพริกแกงคนให้เข้ากันรอใด้เดือดอีกครั้งจึงใส่น้ำปลา
7. ใส่มะรุมที่ตัดเป็นท่อน เคี่ยวในน้ำแกง หม้อนี้เอาใจทั้งท่านที่มีอารมณ์สุนทรีย์ อยากจะครูดเนื้อมะรุมด้วยฟันของตัวเอง แล้วก็เอาใจท่านที่ไม่อยากมือเลอะด้วย
8. เมื่อมะรุมชนิดหั่นท่อนใกล้จะสุก จึงใส่ชนิดขูดลงไป
9. เติมน้ำมะขามเปียก และน้ำตาล
10. ชิมให้ได้รสเปรี้ยวนำ หวาน เค็ม ตามใจชอบ แล้วใส่เนื้อปลาที่ต้มสุกแล้วลงในหม้อ
11. ตักใส่ถ้วยแกงเสิร์ฟ



 

ยำมาม่า


วัตถุดิบเครื่องปรุงและส่วนผสมต่างๆ
• บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (รสต้มยำ ยี่ห้อแล้วแต่ชอบ) 2 ซอง
• น้ำพริกเผา หรือ เครื่องปรุงรสต้มยำที่มากับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะนาว 3 - 4 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อหมูสับ 100 กรัม
• หัวหอมใหญ่หั่นเสี้ยว 1 ลูก
• น้ำปลา 3 - 4 ช้อนโต๊ะ
• พริกขี้หนูสวน 10 - 15 เม็ด
• กุ้งแชบ๊วย (ถ้ามี) 100 กรัม
• กระเทียม 1 หัว
• หมูยอ หรือ ไส้กรอกหั่นบาง 100 กรัม
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
• มะเขือเทศหั่นเสี้ยว 2 ลูก
วิธี ทำ
1.ก่อนอื่นให้ลวกเส้นมาม่าในน้ำเดือดพอสุกเป็นลำดับแรกต่อจากนั้นตักขึ้นแล้วราดด้วยน้ำเย็นใส่กระชอนพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2.ขั้นตอนต่อไป ล้างกุ้งแช่บ๊วย แกะเปลือก เด็ดหางและเด็ดหัวผ่าหลังชักเส้นดำออกจากนั้นนำไปลวกน้ำร้อนพอสุกเช่นเดียวกันกับเนื้อหมูสับด้วยไฟปานกลางพอสุกแล้วจึงยกลง
3.ขั้นตอนที่สามให้โขลกกระเทียม และพริกขี้หนูพอแหลก จากนั้นใส่น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และน้ำปลาคนให้เข้ากันทำเป็นน้ำปรุงพักไว้ก่อน
4.ขั้นตอนสุดท้ายให้ใส่หมูยอ กุ้ง ไส้กรอก และหมูสับ ลงในภาชนะสำหรับคลุก ผสมใส่น้ำพริกเผาและเครื่องปรุงรสต้มยำ ใส่น้ำปรุงที่ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่สามคลุกเคล้าให้เข้ากันตามด้วยใส่เส้นมาม่า มะเขือเทศ และหอมใหญ่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสชาติให้รสเปรี้ยวนำตามด้วยเผ็ดและเค็ม ตักใส่ชามเสิร์ฟพร้อมรับประทาน

ก็น้ำลายไหลกันไปตามๆ กันกับ ยำมาม่า สูตรเด็ดที่เราได้นำเสนอกันในวันนี้เป็นอาหารพื้นๆ มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากแต่รสชาติที่ได้ต้องบอกคำเดียวว่าสุดยอดจริงๆ

ปูผัดผงกะหรี่

 


เครื่องปรุงและส่วนผสม 
• ปูม้าหรือปูทะเลตัวกลางๆ 1 ตัว
• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• หอมใหญ่ 1 หัว
• ต้นหอม 2 ต้น
• ขึ้นฉ่าย 2 ต้น
• กระเทียม 5 กลีบ
• พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด
• ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
• นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ



วิธี ทำ
1.ปูล้างทำความสะอาด แกะกระดองออก สับส่วนของตัวให้เป็น 4 ส่วน ก้ามปูใช้สันมีดบุบพอแตก หากเป็นปูไข่ให้แยกไข่ใส่ถ้วยไว้ต่างหาก พักไว้
2.หอมใหญ่ปลอกเปลือกล้างแล้วหั่นเป็น 8 ส่วน ต้นหอมขึ้นฉ่ายล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 1 ½ นิ้ว พริกชี้ฟ้าเด็ดขั้วล้างน้ำ หั่นเฉียงๆ กระเทียมบุบพอแตก ทั้งหมดพักไว้

3.กระทะตั้งไฟกลางเติมน้ำมันพืชพอร้อนใส่กระเทียมลงเจียวพอหอม ใส่ปูผัดพอสุก ใส่หัวหอมใหญ่ ผงกระหรี่ลงผัดอีกสักครู่ ตอกไข่ใส่ชาม เติมน้ำพริกเผา น้ำมันน้ำพริกเผา นมสด น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทรายแล้วตีให้เข้ากัน ใส่ลงในกระทะที่กำลังร้อนจัด ผัดให้พอสุกชิมรสให้ออกเค็ม หวาน เผ็ดนิดหน่อย ใส่ต้นหอม ขึ้นฉ่ายและพริกชี้ฟ้าแดงลงผัดพอสุก ตักใส่จานเสิร์ฟร้อนๆ
แกงไตปลาน้ำข้น
 




เครื่องปรุง

ปลาสำลีหรือปลาโอ 1 ตัว
ไตปลาอย่างดี 1/4 ถ้วย
น้ำมะขามเปียกนิดหน่อย
ใบมะกรูด 5-6 ใบ

วิธีทำ

1. ทำความสะอาดปลา ควักไส้ออก แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ 
จากนั้นนำไปย่างให้สุกแห้ง แล้วแกะเอาแต่เนื้อ
2. นำน้ำ 2 ถ้วยใส่หม้อเคลือบ ตั้งไฟ พอน้ำเดือดพล่าน ใส่ไตปลาลงไป 


ปล่อยให้เดือดสักครู่ จึงยกลงกรองเอาแต่น้ำ แล้วนำขึ้นตั้งไฟใหม่
3. ใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ลงไป พอหอม ใส่เนื้อปลาย่าง คนให้ทั่ว 
ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก (ถ้าชอบอาจตัดรสด้วยน้ำตาลปึกนิดหน่อย) 

พอเดือดอีกครั้ง ใส่ใบมะกรูดฉีก แล้วยกลง เสิร์ฟพร้อมผักสด
เครื่องปรุง
ออกดิบ (ต้นคูน) 3 ก้าน (300กรัม)
ปลา 300 กรัม
ส้มแขก/มะนาว 10 ชิ้น
พริกขี้หนูแห้ง 30 เม็ด (30 กรัม)
ขมิ้น 1 นิ้ว (15 กรัม)
กระเทียม 2 หัว (20 กรัม)
เกลือ 1 ช้อนชา (กรัม)
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
น้ำตาล 1 ช้อนชา (กรัม)
วิธีทำ
1. ล้างปลาให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นขนาด 2 นิ้ว
2. ลอกเปลือกคูนออก หั่นตามขวางเป็นท่อนสั้นพอคำ ล้างให้หมดทราย
3. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดให้ละเอียด

4. ใส่น้ำในหมอแกงประมาณ 3 ถ้วย นำเครื่องแกงที่โขลกไว้แล้วคนให้ละลาย ตั้งไฟให้เดือด ใส่ต้นคูนให้เดือด ใส่ส้มแขก (ทำให้มีรสเปรี้ยว) หากไม่มีส้มแขกอาจใช้น้ำมะนาวหรือมะขามแทนได้ ใส่ปลาเนื้อปลาสุก ปรุงรสตามชอบ แกงส้มออกดิบมักจะมีรสเปรี้ยวนำ

ข้าวยำ







เครื่องปรุง
ข้าวสวย 60 กรัม หรือ 1/2 ถ้วย 
กุ้งแห้งป่น 45 กรัม หรือ 3 ช้อนโต๊ะ
มะพร้าวหั่นฝอย คั่วจนเหลืองกรอบ 45 กรัม หรือ 3 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูคั่วป่น 15 กรัม หรือ 2 ช้อนชา 
ผักถั่วงอกเด็ดหาง 25 กรัม หรือ 1/3 ถ้วย 
ตะไคร้หั่นฝอย 30 กรัม หรือ 2 ช้อนโต๊ะ 
ใบมะกรูดอ่อนหั่นฝอย 15 กรัม หรือ 1 ช้อนโต๊ะ 
มะม่วงดิบสับหั่นเส้นเล็ก 30 กรัม หรือ 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วฝักยาวหั่นฝอย 45 กรัม หรือ 3 ช้อนโต๊ะ 
มะนาว 1 ลูก 

เครื่องปรุงน้ำบูดู
น้ำบูดู 45 กรัม หรือ 3 ช้อนโต๊ะ 
น้ำ 1 ถ้วยครึ่ง 
ปลาอินทรีย์เค็ม 10 กรัม หรือ 1 ชิ้น 
น้ำตาลปี๊บ 120 กรัม หรือ 1 ถ้วย 
หอมแดงทุบพอแตก 300 กรัม
ตะไคร้หั่นท่อนสั้น 40 กรัม หรือ 1 ต้น 
ใบมะกรูดฉีก 7 กรัม หรือ 3 ใบ 
ข่ายาว 1 นิ้ว 
ทุบพอแตก 5 กรัม หรือ 1 ชิ้น 
วิธีทำ
1. ทำน้ำบูดูโดยการต้มปลาอินทรีย์จนเปื่อย แกะเอาแต่เนื้อใส่หม้อ เติมน้ำบูดู น้ำ แล้วตั้งไฟ
2. ใส่หอม ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูดฉีก น้ำตาลปี๊บ ต้มต่อจนน้ำบูดูข้น ชิมให้รสเค็มนำหวานยกลง
3. จัดเสริ์ฟโดยตักข้าวใส่จาน ใส่มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งป่น และผักทั้งหมดใส่อย่างละน้อยพอคลุกรวมกันแล้วจะมากยิ่งขึ้น ราดน้ำบูดู ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว เคล้าให้เข้ากันดีรับประทานได้
ประโยชน์ทางอาหาร
      ข้าวยำปักษ์ใต้ที่ปรุงสำเร็จแล้วจะออกรสหลายรสด้วยกัน ได้แก่ รสมันของมะพร้าวรสเปรี้ยวจากมะม่วงดิบและน้ำมะนาว รสเค็มหวานจากน้ำบูดู รสเผ็ดของพริกป่น เรียกว่าเป็นอาหารที่บำรุงธาตุก็ไม่ผิดนัก




 เครื่องปรุง
สะตอนำมาแกะเอาเม็ด ประมาณ 1 ถ้วย
หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นๆ ประมาณ 15 ชิ้น
กะปิอย่างดี ประมาณ 1-2 ช้อน
พริกชี้ฟ้าหั่นยาวๆ ประมาณ 4-5 เม็ด
หอมแดงหั่นหยาบ ประมาณ 3-4 หัว
กระเทียมปอก ประมาณ 7-8 กลีบ
น้ำตาล ประมาณ 1-2 ช้อน
น้ำมะนาว ประมาณ 1-2 ช้อน
น้ำปลา และน้ำมันพืช
วิธีทำ
1. นำหอม กระเทียมมาโขลกรวมกันกับกะปิให้ ละเอียด ตักมาพักไว้ก่อน
2. กระทะตั้งไฟใส่น้ำมันพืชลงไปพอสมควร
3. ใส่หอมกระเทียมและกะปิที่โขลกลงไปผัดใน กระทะให้หอม แล้ว จึงใส่หมูที่หั่นแล้วลงไปผัดให้เข้ากัน
4. แล้วใส่เม็ดสะตอที่แกะเตรียมเอาไว ผัดรวม กันในกระทะ
5. ใส่น้ำปลา น้ำตาล และ น้ำมะนาว ปรุงรส และผัดให้พอสะตอสุก
6. ก่อนยกลง ให้ใส่พริกชี้ฟ้าหั่นยาวลงไปและ ตักไปรับประทานได้
น้ำพริกระกำ





น้ำพริกระกำนับเป็นอาหารที่นิยมอย่างหนึ่งในช่วงฤดูร้อน ขณะที่มะนาวขาดแคลน ระกำซึ่งเป็นผลไม้พื้นเมืองก็ออกผล คนใต้จึงนิยมประยุกต์ใช้รสเปรี้ยวจากระกำแทนมะนาว นำมาทำน้ำพริกรับประทานกับผักต่าง  น้ำพริกระกำจะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนอกจากจะมีรสชาติเปรี้ยวเค็มหวานอย่างกลมกล่อมแล้ว ยังมีกลิ่นหอมของระกำเจืออยู่ด้วย คนใต้นิยมรับประทานคู่กับลูกเนียงซึ่งมีกลิ่นฉุน เมื่อรับประทานคู่กันยิ่งทำให้เพิ่มรสชาติในการรับประทานยิ่งขึ้น นับเป็นของคู่กันเลยทีเดียว 
เครื่องปรุง
ระกำปอกเปลือกขูดเอาแต่เนื้อ 300 กรัม 
กะปิ 10 กรัม 
กุ้งแห้ง 40 กรัม 
กระเทียม 5 กรัม 
พริกขี้หนู 15 กรัม หรือ 2 ช้อนชา 
น้ำตาลทราย 150 กรัม 




วิธีทำ
1. ใช้ใบตองห่อกะปิย่างไฟให้หอม
2. โขลกกะปิ กระเทียม กุ้งแห้ง พริกขี้หนู น้ำตาลทราย
3. ใส่ระกำ โขลกให้เข้ากัน
4. เสริ์ฟพร้อมผักเหนาะ เช่น ถั่วฝักยาวสะตอกระถิน เป็นต้น
ประโยชน์ทางอาหาร

   น้ำพริกระกำ เป็นน้ำพริกที่เพิ่มรสชาติของผักเหนาะให้รับประทานได้มากยิ่งขึ้น การรับประทานผักมาก  และหลายชนิด ช่วยให้ร่างกายได้คุณค่าทางอาหารรวมตลอดถึงวิตามินครบถ้วน